วิถีทางของนักฟุตบอลอาชีพที่เลิกเล่นไปแล้วนั้นมีไม่กี่ทางเท่านั้น ซึ่งบางคนอาจจะเลิกเล่นแล้วก็ออกจากวงการฟุตบอลไปเลยก็ได้ หรือว่าจะผันตัวไปเป็นผู้บรรยาย หรือว่าคอมเมนเตเตอร์ทางสถานีโทรทัศน์ของต่างประเทศ หรือว่าอาจจะไปสอบไลเซ่นส์ เพื่อผันตัวมาเป็นโค๊ช หรือว่าเป็นผู้จัดการทีมต่อไป ซึ่งมีให้เห็นหลายคนมากในระยะหลัง ซึ่งเป็นเหล่าอดีตนักเตะที่เป็นซุเปอร์สตาร์ตอนค้าแข้งด้วย ซึ่งบางคนก็ยอมไปเป็นผู้ช่วยของกุนซือชื่อดังเพื่อเรียนรู้งานก่อน หรือบางรายที่อาจจะสอบไลเซ่นส์เสร็จแล้วได้กลายเป็นผู้จัดการทีมเลยก็มีให้เห็นเพียบในวงการฟุตบอลยุโรป ยกตัวอย่างเช่นแฟรงค์ แลมป์พาร์ด อดีตกองกลางจอมถล่มประตูของเชลซี ที่โผล่มาคุมทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ในฤดูกาลนี้ทันที ทั้งที่ไม่เคยผ่านงานการเป็นโค๊ช หรือว่าผู้ช่วยของใครมาก่อนเลย แต่ว่าเขาก็เริ่มจากทีมเล็กๆ ในระดับลีกรองในศึกอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิปไปก่อน ซึ่งก็ถือว่าเขาทำผลงานได้ไม่เลวทีเดียวในช่วงที่ผ่านมา และยังทำให้ทีมมีโอกาสได้ลุ้นเพลย์ ออฟเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้อีกด้วย ส่วนอีกคนที่ก็เป็นยอดนักเตะในยุคเดียวกันก็คือเธียร์รี่ อองรี อดีตยอดกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสของอาร์เซน่อล ที่เขายอมไปเป็นผู้ช่วยของโรแบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือชาวสเปนที่ทีมชาติเบลเยี่ยมก่อน รวมถึงเขายังเป็นนักวิเคราะห์ของสถานีโทรทัศน์ในอังกฤษอีกด้วย ซึ่งถือว่าเขาวิเคราะห์ได้ดี และได้รับคำชมเป็นอย่างมากทีเดียว รวมถึงการเป็นมือขวาของอดีตกุนซือวีแกน แอตเลติก และเอฟเวอร์ตันด้วย ที่ในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมาทำให้ทีมชาติเบลเยี่ยมคว้าอันดับ 3 มาครองได้สำเร็จ  ทำให้เขาได้รับการทาบทามให้ไปรับหน้าที่เป็นกุนซือกับหลายสโมสร โดยเฉพาะในฝรั่งเศสที่มีบอร์กโดซ์ติดต่อมาเป็นทีมแรกๆ แต่สุดท้ายแล้วเขาเลือกไปคุมทีมโมนาโก ทีมรองแชมป์ลีก เอิงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่สถานการณ์ในปีนี้ไม่ดี และทำให้เลโอนาร์โด้ ชาร์ดิม กุนซือชาวโปรตุกีสโดนปลดจากตำแหน่งไป

ซึ่งถือว่าอองรีในวัย 40 ปีถือว่ามีประสบการณ์การเป็นผู้ช่วยมาพอสมควรแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถทำให้ทีมโมนาโกในฤดูกาลนี้ดีขึ้นได้ เนื่องจากเขาต้องเจอกับปัญหามากมาย ทั้งนักเตะตัวหลักบาดเจ็บ และฟอร์มตก ซึ่งการที่เขาร้อนวิชา และการถูกยกย่องมากเกินไป ทำให้เขาต้องประสบกับความยากลำบากในฤดูกาลนี้ ซึ่งยังไม่รู้ว่าเขาจะผ่านมันไปได้หรือไม่