ตั้งแต่ก่อนเริ่มฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บรรดาเหล่าเซียนบอล และนักวิเคราะห์วิจารณ์ทั้งหลาย รวมถึงบริษัทรับพนันของต่างประเทศก็มองตรงกันว่าคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาจากอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิปในฐานะรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มีโอกาสสูงมากที่จะต้องกลับไปยังลีกเดิมในฤดูกาลหน้า หลังจากที่เห็นการซื้อขายนักเตะของพวกเขา รวมถึงรายชื่อนักเตะที่พวกเขามีอยู่ในครอบครองด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่านักเตะของทีมที่มีที่ตั้งในประเทศเวลส์นั้นถือว่ามีชื่อชั้นที่น่าจะเล่นได้แค่เพียงในระดับแชมเปี้ยนชิปเท่านั้น และไม่ควรที่จะได้ขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกด้วยซ้ำ

และหลังจากเปิดฤดูกาลมาได้ 4 นัด คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ของนีล วอร์น็อค กุนซือจมอเก๋าวัยใกล้เกษียณก็ไม่ได้มีผลงานต่างจากที่คาดมากนัก เมื่อพวกเขาเก็บได้เพียง 2 คะแนนเท่านั้นจาก 4 นัดที่ผ่านมา และทำประตูได้เพียงแค่ 2 ประตูเท่านั้น แต่ข้อดีเพียงข้อเดียวของพวกเขาคือคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ยังเสียประตูให้คู่แข่งไปแค่เพียงแค่ 5 ประตูจาก 4 นัดเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่พอรับได้ และน้อยกว่าทีมอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเสียด้วยซ้ำ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะระบบการเล่นด้วยที่พวกเขาจะเน้นเกมรับเป็นสำคัญ และสิ่งที่เป็นจุดเด่นอีกจุดหนึ่งของพวกเขาในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาก็คือการที่คาร์ดิฟฟ์มีนายประตูที่ยอดเยี่ยมอย่างนีล เอเธอริดจ์ นายประตูทีมชาติฟิลิปินส์วัย 28 ปีที่กลายเป็นนายด่านที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดคนหนึ่งในช่วง 4 นัดแรกของฤดูกาล เมื่อเขาช่วยปัดป้องการทำประตูจากฝ่ายตรงข้ามได้หลายครั้ง และที่สำคัญคือเขาสามารถเซฟจุดโทษได้ถึง 2 ครั้ง โดยเกมแรกที่แพ้ให้กับบอร์นมัธ นายด่านวัย 28 ปีก็เซฟจุดโทษของคัลลัม วิลสันได้สำเร็จ และนัดที่ 2 ของฤดูกาลที่คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้เสมอกับนิวคาสเซิ่ลไป 0-0 ซึ่งพวกเขามาเสียจุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแล้ว ซึ่งเขาก็สามารถเซฟจุโทษของเคนเนดี้ กองกลางชาวบราซิเลี่ยนได้ด้วย ทำให้คาร์ดิฟฟ์สามารถแบ่งแต้มได้สำเร็จ

นีล เอเธอริดจ์ เหมือนจะเป็นสิ่งที่ดีสิ่งเดียวของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมา และยังไม่มีนักเตะคนไหนที่ก้าวขึ้นมาเล่นได้เด้นมากกว่านักเตะในตำแหน่งผู้รักษาประตูเลย ซึ่งนอกนั้นก็เป็นไปอย่างที่สื่อต่างๆ คาดกันว่าชั้นของนักเตะของคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้นั้นไม่ดีพอที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ซึ่งต้องมาดูว่าจบฤดูกาลนี้พวกเขาจะตกชั้นด้วยการเก็บแต้มได้เท่าไหร่