ได้แข่งขันกันจบสิ้นกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สำหรับฟุตบอลถ้วยยุโรปรอบคัดเลือก ทั้งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมถึงศึกยูโรป้า ลีกด้วย ซึ่งก็ทราบผลกันไปเป็นเที่รียบร้อย โดยเบิร์นลี่ย์ที่มีโอกาสได้มาสัมผัสกับฟุตบอลยุโรปเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงรอบคัดเลือกก็ตาม แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องตกรอบคัดเลือกรอบสุดท้ายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลงัจากที่พ่ายให้กับโอลิมเปียกอส ทีมดังของประเทศกรีซ ด้วยสกอร์รวม 2 นัด 2-4 โดยพวกเขาบุกไปแพ้ในดินแดนแห่งเทพนิยายก่อน 1-3 ก่อนจะกลับมาเล่นในเทิร์ฟ มัวร์ และเสมอกันไป 1-1 ทำให้เบิร์นลี่ย์อดเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เหล่าแฟนบอลและนักวิเคราะห์วิจารณ์ต่างมองตรงกันว่า มันน่าจะเป็นผลดีในระยะยาวต่อเบิร์นลี่ย์มากกว่า ที่จะทำให้พวกเขาไม่ต้องมีภาระในเกมกลางสัปดาห์มากขึ้นด้วย ถึงแม้ว่าอาจจะต้องเสียดายกับรายได้ที่จะเข้าสู่สโมสรบ้างก็ตาม

เมื่อฤดูกาลที่แล้วเบิร์นลี่ย์ที่มีชอน ไดซ์เป็นผู้จัดการทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมาก และสามรถจบอันดับที่ 7 ได้สำเร็จ ทำให้พวกเขาได้มาเตะฟุตบอลยูโรป้า ลีกรอบคัดเลือกในฤดูกาลนี้ ซึ่งได้เริ่มทำการแข่งขันกันมาตั้งแต่เดือนกรกฏาคม ทำให้พวกเขาต้องกลำศึกหนักตั้งแต่นั้นมา และส่งผลมาถึงฟอร์มการเล่นของพวกเขาในศึกพรีเมียร์ลีกด้วย ที่เบิร์นลี่ย์สามารถเก็บได้เพียงคะแนนเดียวเท่านั้นจาก 3 นัดแรก เนื่องจากกุนซือวัย 47 ปีที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการทำทีมเตะในฟุตบอลยุโรปมาก่อน รวมถึงปัญหาที่พวกเขามีขนาดทีมที่เล็กกว่าทีมอื่นๆ อยู่แล้ว ทำให้นักเตะที่สามารถเลือกใช้ได้นั้นมีไม่มาก ทำให้นักเตะหลายๆ คนต้องกลำศึกหนักมากในช่วงต้นฤดูกาล และทำให้ฟอร์มของทีมไม่ดีด้วย โดยจะเห็นได้จากที่พวกขากลายเป็นทีมที่เสียประตูเยอะมากในฤดูกาลนี้ ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วเบิร์นลี่ย์ขึ้นชื่อลือชามากๆ ในเรื่องของการเป็นทีมที่มีเกมรับที่เหนียวแน่นที่สุดทีมหนึ่งในอังกฤษเลยทีเดียว โดยเฉพาะเวลาที่เล่นในบ้านของพวกเขาที่มักจะทำผลงานได้ดดีมาโดยตลอด แต่นัดแรกในถิ่นเทิร์ฟ มัวร์ฤดูกาลนี้ เบิร์นลี่ย์กลับต้องพ่ายให้กับวัตฟอร์ดไปอย่างขาดลอยถึง 1-3 เลยทีเดียว และเห็นได้ชัดเลยว่าพวกเขามีปัญหาด้านสภาพร่างกายที่เร่งไม่ขึ้นในช่วงครึ่งเวลาหลัง ซึ่งการตกรอบยูโรป้า ลีกครั้งนี้น่าจะส่งผลดีต่อการต่อสู้ในพรีเมียร์ลีกของพวกเขามากกว่า เพราะการรอดตกชั้นคือสิ่งสำคัญที่สุดของพวกเขา